ดูแลเล็บ

 
ดูแลเล็บ

ครบเครื่องเรื่องดูแลเล็บ เล็บเป็นอวัยวะเล็กๆที่สำคัญ ที่สามารถบ่งบอกสุขภาพ และบุคลิกภาพได้ การดูแลเล็บอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธีจึงช่วยให้เล็บเสื่อมสภาพช้าลง ลดปัญหาและการเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ รอบรู้เรื่องดูแลเล็บ การล้างทำความสะอาดเล็บ ควรล้างมือและเล็บด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ ใช้แปรงนุ่มๆ ขัดตามซอกเล็บเบาๆ และล้างออกด้วยน้ำสะอาด ชโลมด้วยครีมบำรุง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับมือและเล็บ การตัดเล็บมือที่ถูกต้อง ควรตัดให้มีความโค้งมนไปตามนิ้วมือ ส่วนเล็บเท้านั้น พยายามตัดให้เป็นเส้นตรงมากที่สุดเพื่อลดการสะสมของความสกปรกตามซอกเล็บและโอกาสเกิดเล็บขบ ไม่ควรตัดสั้นจนชิดเนื้อมากเกินไป และไม่ควรใช้วัสดุใดๆ แงะงัดขอบเล็บ จมูกเล็บ เพราะอาจเกิดบาดแผลและการอักเสบได้ เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการตัดเล็บ คือหลังจากอาบน้ำ หรือล้างจาน เพราะเล็บจะมีความอ่อนนุ่ม ทำให้ง่ายต่อการตัดแต่ง แต่ถ้าหากไม่รอหลังอาบน้ำให้แช่เล็บในน้ำอุ่น สัก 5 นาทีก่อนตัดเล็บ ตะไบเล็บให้สวย ถ้าหากใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเหล็ก ควรตะไบเล็บไปในทิศทางเดียว ไม่ควรถูกลับไปกลับมา เพราะจะทำให้เล็บเป็นเสี้ยนคมหรือฉีก แต่ถ้าใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเซรามิคสามารถตะไบสวนทางกันได้ นอกจากนี้ การตะไบเล็บควรตะไบจากขอบเล็บเข้าหาปลายเล็บเสมอ การขูดผิวเล็บเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวทำให้เล็บเงางามขึ้น ผิวเล็บเรียบ และดูมีสุขภาพดีขึ้น โดยใช้อุปกรณ์ขูดลอกหน้าเล็บ ดันจากปลายเล็บเข้าหาโคนเล็บ หลังจากนั้น ใช้แผ่นขัดเล็บ ซึ่งคล้ายกระดาษทราย ขัดหน้าเล็บเบา เพื่อให้ผิวหน้าเล็บเรียบสม่ำเสมอ แล้วใช้แผ่นขัดทำความสะอาดเล็บ ถูเบาๆ เพื่อให้ฝุ่นและเศษเล็บที่มองไม่เห็นหลุดออกไป จากนั้นใช้แผ่นขัดเงาซึ่งมีเจลาตินเคลือบอยู่ ขัดถูบนหน้าเล็บเบาๆ ก็จะได้เล็บที่เงางามดูมีสุขภาพดี การขัดเงาเล็บแต่ละครั้งจะอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ สีที่ใช้ในการทาเล็บ ควรเป็นสีทาเล็บที่มีคุณภาพ และช่วยถนอมเล็บด้วย ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทาเล็บชนิดแห้งเร็วที่มีส่วนผสมของ อะซิโตน (acetone) เพราะจะดึงความชุ่มชื้นไปจากเล็บของเรา ทำให้เล็บแห้งและลอกหลุดได้ง่าย ก่อนทาเล็บทุกครั้ง ควรใช้น้ำยาเคลือบเล็บชนิดใสทาก่อนที่จะลงสี จะช่วยไม่ให้เล็บเสียความชุ่มชื่น และลดการสัมผัสกับสีทาเล็บโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เล็บเหลืองได้ง่าย หลังจากนั้นเคลือบทับด้วยน้ำยาชนิดใสอีกครั้ง ก็จะช่วยให้สีทาเล็บติดทนนานยิ่งขึ้น การเปลี่ยนสีเล็บบ่อยๆ มากกว่าหนึ่งครั้งต่อ สัปดาห์ ทำให้เราต้องล้างเล็บมากขึ้น และน้ำยาล้างทำความสะอาดเล็บนี่เองจะเป็นตัวกัดหน้าเล็บของเราให้กร่อน เป็นหลุมเป็นขุยได้เหมือนกัน นอกจากนี้ควรมีเวลาให้เล็บได้ว่างเว้นจากการทาสี เพราะนอกจากเล็บจะได้พักหรือฟื้นสภาพที่เสียไปแล้ว ยังเป็นโอกาสให้เราได้สังเกตความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเล็บอีกด้วย การต่อเล็บ หรือการตกแต่งประดับเล็บนั้น ควรทำโดยผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ และต้องใช้อุปกรณ์ที่สะอาด และมีคุณภาพ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการแพ้หรือการสะสมของเชื้อโรค หากชื่นชอบการต่อเล็บและตกแต่งเล็บด้วยเครื่องประดับ ต้องหมั่นสังเกตดูว่า เล็บเกิดมีจุดดำ หรือเปลี่ยนสี หรือผิดรูปหรือเปล่า รับมือปัญหากวนใจเรื่องเล็บ หนังกำพร้ารอบๆ เล็บ หนังรอบๆ เล็บที่ฉีก หรือด้าน แช่มือในน้ำอุ่นสักครู่แล้วชโลมด้วยวาสลีนหรือโลชั่น ใช้เครื่องมือสำหรับดันหนังที่มีลักษณะป้าน หรือใช้ขอบผ้าเช็ดตัวนุ่มๆ ดันหนังส่วนเกินออกไปรอบๆ หลังจากนั้นใช้กรรไกรสำหรับตัดหนังตัดเล็มหนังส่วนเกินออกระวังการตัดลึกจนเกินไป เพราะอาจเป็นทางเปิดให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและเกิดการอักเสบได้ เมื่อเกิดเล็บขบไม่ควรนำของแหลมคม ไปแงะบริเวณที่เกิดอาการ หมั่นรักษาความสะอาด อาจใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ เช็ดรอบๆ และอาจใช้สำลีสะอาดชิ้นเล็กๆ ไปดันไว้ระหว่างเล็บกับผิวหนังเพื่อไม่ให้เล็บนั้นทิ่มเข้าไปในเนื้อจนเกิดแผล แต่ถ้าหากเกิดการบวมและมีหนองมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการเจาะระบายหนองออก เมื่อหายจากเล็บขบแล้ว หันมาเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบายและตัดเล็บให้ถูกวิธีด้วยนะคะ ถ้าเล็บเหลืองจากการทาสีเล็บ รักษาได้โดยลูกมะนาวผ่าครึ่งมาถูบนเล็บที่เหลืองบ่อยๆ แล้วชโลมด้วยครีมบำรุง อีกวิธีหนึ่งให้นำน้ำอุ่นผสมน้ำมะขามเปียกพอประมาณ มาแช่เล็บมือเล็บเท้าสักสิบนาทีแล้วล้างออก วิธีสุดท้าย ใช้สำลีชุบน้ำส้มสายชูที่หมักจากแอปเปิ้ล มาวางแปะไว้บนผิวเล็บ สักหนึ่งนาที ก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเล็บเหลืองได้ เลือกใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับเล็บให้เป็น 1. กรรไกรตัดเล็บ หรือมีดตัดเล็บ แบ่งเป็นสามประเภทใหญ่ๆ คือ - แบบคลิปเปอร์ คืออุปกรณ์ตัดเล็บที่เราคุ้นเคยกันดีที่สุด และใช้บ่อยที่สุด ความโค้งของปากตัดมีน้อย เหมาะสำหรับการตัดเล็บให้สั้น ไม่เหมาะสำหรับการแต่งเล็บที่มีความยาว หลังการตัดจะก่อให้เกิดความคมของเล็บทำให้ต้องตะไบซ้ำ - แบบคีม เหมาะหรับการตัดเล็บที่มีความแข็งมาก และปลายแหลมของคีมช่วยให้การตัดเข้าซอกเข้ามุมทำได้ง่าย และต้องตะไบตามเช่นกัน อายุการใช้งานจะนานกว่า และเมื่อหมดคมก็สามารถนำไปลับคมกลับมาใช้อีกได้ - แบบกรรไกร ปลายกรรไกรจะโค้งเล็กน้อย เหมาะสำหรับการตัดแต่งเล็บให้เป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อความงามมากที่สุด เพราะไม่ก่อให้เกิดเสี้ยนเล็บไม่ต้องตะไบตาม ไม่เหมาะสำหรับการตัดเล็บแข็ง และสามารถลับคมได้เมื่อคมหมดไป 2. อุปกรณ์สำหรับตัดหนัง มีสองประเภท คือ - แบบคีม เหมาะกับการตัดหนังตามซอกเล็บมากกว่า เพราะจะง่ายต่อการใช้งาน - แบบกรรไกร ใช้เล็มหนังที่ไม่อยู่ตามซอกเล็บ และการใช้งานกรรไกรตัดหนังนั้น ต้องให้ปลายกรรไกรด้านโค้งหันออกจากหนังที่ตัดเสมอ 3. ตะไบเล็บ มีให้เลือก 2 แบบคือ - แบบโลหะ ข้อดีคือราคาถูกกว่าแต่อายุการใช้งานสั้น หาซื้อง่ายและใช้กันทั่วไป การตะไบด้วยตะไบโลหะนั้นต้องตะไบไปในทิศทางเดียว ไม่เช่นนั้นเล็บจะเกิดเสี้ยนคม - แบบเซรามิค มีราคาแพงกว่า อายุการใช้งานยาวกว่า และสามารถตะไบเล็บสวนทางกลับไปมาได้ แต่ต้องใช้อย่างระวังไม่ให้หล่นบ่อยๆ เพราะจะแตกเสียหาย 4. อุปกรณ์แคะเล็บ (nail cleaner) มีลักษณะปลายแหลมแต่ไม่คม และมีความโค้งเป็นหลังเต่าใช้สำหรับแคะสิ่งสกปรกออกจากใต้เล็บ หรือซอกเล็บ นอกจากนี้ยังใช้ดันหนังรอบเล็บได้ด้วย 5. อุปกรณ์สำหรับขูดผิวเล็บ (nail scraper) มีลักษณะแบน และปลายมน ไว้สำหรับขูดเบาๆ บนหน้าเล็บ เพื่อทำความสะอาด กำจัดขี้ไคลเล็บ และช่วยให้ผิวเล็บเรียบขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการผลัดเซลล์ผิวหน้าเล็บอีกด้วย 6. nail knife เป็นอุปกรณ์ที่มีปลายเหมือนมีดขนาดเล็กมีสองแบบ - แบบมีดทั่วไป ไว้สำหรับกรีดตัดหนังส่วนเกินที่อยู่ติดกับเนื้อเล็บ แต่ความคมของมีดนี้ไม่สามารถก่อให้เกิดบาดแผลในระหว่างการใช้งานได้ - แบบที่สอง เป็นรูปตัววีคว่ำ ความคมจะอยู่ขอบด้านในของตัววี ไว้สำหรับตัดขูดหนังข้างเล็บ โดยให้มุมของตัววีแนบไปกับขอบเล็บดันจากโคนเล็บออกไปหาปลายเล็บเบา ห้ามสวนทางเป็นอันขาดเพราะจะทำให้เกิดแผลปากฉลามขึ้นได้ 7. แผ่นขัดเงาเล็บ ในหนึ่งแผ่นจะมีสามส่วน คือ ส่วนขัดหยาบ ทำให้ผิวหน้าเล็บเรียบสม่ำเสมอ ส่วนที่สองใช้ขัดเพื่อปัดเศษสิ่งสกปรกออกจากเล็บ ส่วนที่สามคือส่วนที่ใช้ขัดเงาเล็บ ส่วนนี้จะมีเจลาตินเคลือบอยู่ เมื่อถูเบาๆ บนเล็บจะทำให้เจลาตินนั้นเคลือบผิวหน้าเล็บให้เงางาม หลังใช้งานอุปกรณ์เกี่ยวกับเล็บแล้วอย่าลืมทำความสะอาดทุกครั้งนะคะ อุปกรณ์ที่เป็นโลหะ ก็ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่ เช็ดและผึ่งให้แห้ง ถ้ามีข้อต่อก็หยอดน้ำมันเสียหน่อย กันฝืดและกันสนิม นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่บำรุงเล็บอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีน วิตามิน ธาตุเหล็กและสังกะสีมาก เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล ผักใบเขียว ผลไม้ มันฝรั่ง และถั่วเมล็ดแห้ง และที่สำคัญขาดไม่ได้ก็คือ น้ำสะอาดนั่นเองค่ะ เพราะน้ำทำให้เซลล์ผิวหนังชุ่มชื้น เพียงเท่านี้เล็บแสนงามก็จะอยู่กับเราไปอีกนานค่ะ



เมื่อ : 23 ก.พ. 50 8:29:43
ที่มา: http://www.pooyingnaka.com
โดย : vipcream