การกำจัดขนแบบถาวร

 
การกำจัดขนแบบถาวร

ขน เป็นส่วนหนึ่งของผิวหนัง มีประมาณ 1 ล้านเส้นกระจายอยู่ ทั่วร่างกาย ยกเว้นบริเวณริมฝีปาก ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และอวัยวะเพศชาย ขนส่วนใหญ่มีขนาดเส้นเล็ก สั้น และไม่มีสี เรียกว่า vellus hair ส่วนเส้นขนบางแห่งมีขนาดใหญ่ หยาบ ยาว และมีสีเข้มเรียกว่า terminal hair ซึ่งยังแบ่งย่อยได้ เป็น 2 ชนิด คือ เส้นขนซึ่งมี วัฏจักรการงอกของผมระยะเจริญ (anagen hair) และผลัดผมในระยะพักตัว (telogen hair) ขนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระดับฮอร์โมนเพศ (nonsexual hair) คือ ขนตา ขนคิ้ว ผมบริเวณท้ายทอย ขนบริเวณแขนและขา ส่วนขนอีกชนิดถูกควบคุมโดยฮอร์โมนเพศชาย คือ ขนด้านบนของหัวหน่าว เครา ขนในช่องหู ช่องจมูก เส้นขนบริเวณหลัง และเส้นผม บริเวณด้านหน้าเหนือหน้าผาก และกลางกระหม่อม ขนที่มากกว่าปกติ เรียกว่า hypertrichosis และถ้าหญิงมีขน ในลักษณะของชาย เช่น มีหนวดหรือเครา เรียกว่า hirsutism คุณผู้หญิงหลายท่านไม่สบายใจเมื่อมีเส้นขนดำยาวขึ้นในบริเวณดังกล่าว ภาวะ hirsutism อาจเกิดจากความผิดปกติของต่อมหมวกไตสร้างฮอร์โมนเพศมากกว่าปกติ หรือบางรายฮอร์โมนสร้างจากเนื้องอกของรังไข่ เมื่อหญิงมีขนแบบชายจึงควรตรวจหาว่ามีโรคอื่นแฝงอยู่หรือไม่ จากการซักประวัติ เช่น ความผิดปกติของประจำเดือน การเกิดสิวรุนแรงในวัยกลางคน หรือการเพิ่มของน้ำหนักตัวมากผิดปกติ และตรวจร่างกายพบผมร่วงศีรษะล้านแบบพันธุกรรมร่วมกับลักษณะขนมากเหมือนชาย ควรตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อวินิจฉัยโรค ถ้ามีโรคอื่นแฝงเมื่อรักษาโรคแฝงก็จะช่วยให้เส้นผมกลับสู่ปกติ แต่ส่วนใหญ่ของคนที่เป็น hirsutism ไม่ทราบสาเหตุ และเมื่อตรวจระดับฮอร์โมนชายก็มักปกติ ในบางกรณีขนที่มากกว่าปกติอาจเป็นลักษณะปกติของแต่ละเชื้อชาติก็ได้ เส้นขนมากผิดปกติ (hypertrichosis) ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับระดับฮอร์โมนชาย อาจเกิดจากยาบางขนาน เช่น cyclosporin, minoxidil, corticosteroid, psoralen, diphenylhydantoin, penicillamine, streptomycin ฯลฯ ยาทำให้เส้นขนเปลี่ยนเป็น terminal hair ยาทาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ยาทา minoxidil ยาทา tretinoin ก็กระตุ้นให้เส้นขนยาวขึ้นเช่นกัน ในบางครั้งเส้นขนซึ่งปกติก็ก่อให้เกิดปัญหาทางจิตใจ เช่น หญิงไทยไม่ชอบขนรักแร้ ขนหน้าแข้ง หรือขนบนใบหน้า ชายซึ่งมีจิตใจเป็นหญิงไม่ชอบขนที่มีอยู่ จึงพยายามหาทางกำจัด และก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมา เช่น การแพ้ยาถอนขน การถอนขนโดยดึงด้วยแหนบหรือแวกซ์ก็ทำให้เป็นตุ่มจากเส้นขนใหม่คุดอยู่ภายใน ส่วนการใช้แสงเลเซอร์หรือ intense pulse light เพื่อถอนขนกำลังกลายเป็นแฟชั่น การกำจัดขน มี 2 แบบ คือ แบบชั่วคราวโดยทำลายก้านขน และแบบกึ่งถาวรโดยทำลายเนื้อเยื่อต่อมขน การกำจัดเส้นขนอาจใช้ยาละลายเส้นขน (depilatory) เป็นสาร thioglycolate ผสมในครีมหรือโลชั่น สารจะทำให้เกิดการแยกพันธะของกรดอะมิโน (cysteine bond) ของก้านขน หลังทาไว้เพียง 5-10 นาที เส้นขนจะละลายกลายเป็นของเหลวข้น สามารถล้างออกได้ แต่สารนี้ค่อนข้างระคายผิวอาจก่อให้เกิดการแพ้ได้ การกำจัดเส้นขนโดยการถอนก้านขนออกด้วยแหนบถอน การถอนขนทำได้ครั้งละเส้น จึงเสียเวลา ส่วนเครื่องมือจับเส้นผมเป็นกระจุกจะช่วยให้กำจัดขนได้เร็วขึ้น หลังถอนผิวหนังจะเรียบดูสะอาดตา แต่ข้อเสียคือ เจ็บ อาจเกิดขนคุด และการอักเสบตามมาภายหลัง การถอนก้านขนอาจแวกซ์ด้วยขี้ผึ้งร้อนหลอมเหลว ทาไปตามแนวนอนของเส้นขน เมื่อขี้ผึ้งเย็นสามารถกระตุกแผ่นซึ่งมีขนติดอยู่ออก การแวกซ์สามารถกำจัดเส้นขนได้รวดเร็ว แต่ก็เกิดปัญหาเช่นเดียวกับการถอนขน การกำจัดขนโดยการโกนออกทำได้ง่ายรวดเร็ว แต่ขนจะยาวขึ้นเร็วกว่าการถอน เพราะกำจัดได้เฉพาะขนซึ่งโผล่พ้นผิวเท่านั้น เมื่อขนยาวขึ้นปลายเส้นขนจะแข็ง จึงทำให้หลายคนคิดว่าการโกน กระตุ้นให้ขนหยาบหนา แต่จากการศึกษาพบว่าเส้นขนจากการโกนจะเหมือนเดิม การกำจัดขนด้วยวิธีทำลายเนื้อเยื่อต่อมขน ด้วยเครื่องมือเปลี่ยนกระแสไฟเป็นความร้อน (electrolysis) โดยสอดเข็มขนาดเล็กเข้าไปตามแนวขน ให้ปลายเข็มอยู่ลึกถึงระดับรากขนจึงปล่อยกระแสไฟขนาดต่ำ การทำลายแต่ละเส้นขนจะใช้เวลานาน 1-2 นาที จึงเสียเวลาที่จะทำลายเส้นขนในแต่ละพื้นผิว เช่น บนใบหน้าอาจต้องทำทุก 4-8 สัปดาห์ นาน 2-3 ปี ในประเทศไทยยังขาดผู้ชำนาญเฉพาะ และ แพทย์ผิวหนังก็ไม่มีเวลาทำ จึงไม่เป็นที่นิยม และการจี้ด้วยไฟฟ้า ไม่สามารถทำลายเส้นขนแบบถาวร ต้องเลือกทำลายเฉพาะขนระยะเจริญเติบโต แต่ก็ไม่สามารถเลือกชนิดของเส้นขนได้จากการดูลักษณะ เส้นขน อาจใช้การโกนขน 2-3 วันก่อนจี้และเลือกทำลายเฉพาะ เส้นขนซึ่งยาวออกเท่านั้น แต่เส้นขนเส้นนั้นอาจเข้าสู่ระยะพักตัวพอดีก็จะไม่มีประโยชน์เช่นกัน เส้นขนระยะพักตัวเนื้อเยื่อต่อมขนจะเคลื่อนลงลึก และไม่สามารถทราบได้ว่าอยู่บริเวณใด การจี้จึงไม่ได้ผล การทำลายเส้นขนด้วยแสงเลเซอร์ และแสง IPL (intense pulsed light) วิธีดังกล่าวกำลังอยู่ในกระแสการกำจัดขน แบบกึ่ง ถาวร เนื่องจากเส้นขนสีดำในระยะเจริญจะมีการสร้างเม็ดสีเมลานินในเนื้อเยื่อต่อมขน และในเนื้อเยื่อหุ้มรากผม จะไม่พบการสร้างเม็ดสีในรากผมซึ่งพักตัว สีเมลานินดูดแสงได้ดีในเกือบทุกช่วงแสง เมื่อยิงแสงช่วงมองเห็น (visible light) และรังสีอินฟราเรด (infrared) ซึ่งมีความยาวคลื่นแสงผ่านลงลึกถึงต่อมขน แสงจะถูกดูดซับด้วยเม็ดสี เมลานินในต่อมขน แสงในปริมาณสูงเปลี่ยนเป็นความร้อนทำลาย เนื้อเยื่อต่อมขนในระยะเจริญ แต่จะเป็นการทำลายเพียงบางส่วนจึงมักมีเส้นขนงอกใหม่ได้ แสงเลเซอร์กำจัดขนเป็นรังสีมีช่วงคลื่นเฉพาะ (monochromatic) เช่น เลเซอร์ทับทิม (ruby lasers) เป็นแสงสีแดงความยาวช่วงคลื่น 694 นาโนเมตร หรือแสงเลเซอร์ 755 นาโนเมตร (Alexandrite lasers) รังสีช่วงอินฟราเรด 800 นาโนเมตร (Diode lasers) หรือ 1,064 นาโนเมตร (Neodynium : YAG lasers) ยังมีการใช้แสงช่วงมองเห็น แบบช่วงกว้าง (polychromatic) 800-1,200 นาโนเมตร (intense pulsed light = IPL) เพื่อทำลายเส้นขน เครื่องมือแต่ละชนิดมี ข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน และยังอยู่ในขั้นทดลองว่าสามารถกำจัดขน แบบถาวรได้หรือไม่ ยังไม่มีเลเซอร์ที่ทำลายเนื้อเยื่อรากผมหมดใน การยิง 1-2 ครั้ง แต่พบว่าหลังการยิงเลเซอร์แต่ละครั้ง เส้นขนจะมีขนาดเล็กลง จึงต้องมีการยิงซ้ำหลายครั้ง และไม่สามารถรับรองได้ว่า เครื่องมือเลเซอร์ชนิดใดทำลายเส้นขนได้อย่างถาวร การทำลายเส้นขนแบบถาวรแสงเลเซอร์จะต้องทำลายเส้นขนในระยะเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ไม่เหลือเนื้อเยื่อต่อมขนที่จะงอกเป็นขนเส้นใหม่ แต่ธรรมชาติของเส้นขนแต่ละเส้นจะอยู่ในระยะเจริญหรือพักตัวแตกต่างกัน เส้นขนในแต่ละแห่งจะมีอายุของการเจริญของแต่ละเส้นแตกต่างกัน บางแห่งอาจอยู่ในระยะพักตัวนานกว่าระยะเจริญ และยังมีความแตกต่างของธรรมชาติของขนในแต่ละคน ส่วนความสามารถของเครื่องเลเซอร์ก็ยังอยู่ในขั้นทดลองว่าควรจะใช้รังสีชนิดใด ในปริมาณพลังงานเท่าใด ระยะความถี่ของการยิงควรเป็นเท่าใด และการประเมินผลจะต้องรอนานพอ เพราะขนที่ขึ้นในระยะแรกอาจมีขนาดเล็กลงจริง แต่เส้นขนอาจหนาขึ้นในชุดหลังได้ การกำจัดขนด้วยแสงจะทำได้เฉพาะขนที่มีสีดำ ส่วนขนหงอกจะต้องใช้การจี้ไฟฟ้า ผลข้างเคียงจากการใช้เลเซอร์ และ IPL พบน้อย อาจมีรอยไหม้ ถ้าผิวหนังมีเม็ดสีเมลานินสูงอาจดูดซับรังสีไว้จนเกิด การไหม้ ในบางรายอาจเกิดรอยดำหรือรอยด่าง การพัฒนาการทำลายเส้นขนกำลังก้าวหน้า มีการใช้คลื่นวิทยุร่วมกับ IPL ทำลายเส้นขน ทุกชนิด เทคโนโลยีการทำลายเส้นขนคงจะมีมากขึ้นให้เลือกใช้กัน ดังนั้นการรออาจมีผลดี คือ ค่าใช้จ่ายจะลดลง และประสิทธิภาพการทำลายเส้นขนดีขึ้น เส้นขนเป็นส่วนหนึ่งของผิวหนัง ความปกติของเส้นขนใน-แต่ละคนจะมีความแตกต่างกันตามธรรมชาติ จำนวน ขนาด สี ความหยิกก็เป็นลักษณะเฉพาะของพันธุกรรมในแต่ละคน แต่ เนื่องจากความรู้สึกและความต้องการของมนุษย์จะแกว่งไปตามกระแสอารมณ์ เมื่อเจ้าของเส้นขนขาดความเข้าใจธรรมชาติ เส้นขนปกติก็ทำให้เกิดปัญหาทางใจได้เช่นกัน



เมื่อ : 10 มี.ค. 50 9:05:33
ที่มา: http://www.pooyingnaka.com
โดย : vipcream