ทำอย่างไรดีกับริ้วรอยจากผิวแห้ง

 
ทำอย่างไรดีกับริ้วรอยจากผิวแห้ง

ผิวแห้งมีหลายสาเหตุ อย่างแรกที่เกี่นวกับผิวโดยตรงก็คือ ระดับน้ำในชั้นใต้ผิวซึ่งตามปกติจะอยู่ราว 10-20 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อไหร่ที่ลดลงเหลือน้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ผิวจะจะเริ่มแห้งจนสังเกตได้ หรืออาจจะเป็นเพราะผิวขาดความชุมชื้น ต่อมผลิตไขมันทำงานลดลง ชั้นผิวก็เลยแห้งจนเกิดเป้นริ้วรอยเล็กๆ หรือที่เรียกกันว่า fine line นอกจากนี้ผิวแห้งยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น สภาพแวดล้อมรอบตัว การดูแลผิวที่ไม่ถูกต้อง และรวมถึงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ปัจจัยอื่นๆที่ว่าส่งผลกระทบกับผิวอย่างไรถึงทำให้ผิวแห้งได้สภาพแวดล้อมจะส่งผลกระทบต่อผิวง่ายมาก เช่น ความชื้นในอากาศ อย่างวันที่อากาศแห้งเกินไป อากกาศที่หนาวจัด หรือลมหนาว พวกนี้ทำให้ผิวแห้งทั้งนั้นโดยเฉพาะแสงแดด คนที่อยู่กลางแดดจัดๆ เป็นเวลานานสังเกตุดูผิวจะเริ่มแห้งกร้าน ถ้าไม่มีการทาครีมกันแดดผิวก็จะเริ่มแห้งลงเรื่อยๆและก่อให้เกิดริ้วรอยที่ชัดเจนมากขึ้น หรือผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่หรือมีชีวิตประจำวันอยู่ใรเมือง ผิวจะแห้งได้ง่าย เพราะมลภาวะต่างๆ ในเมืองไม่ค่อยบริสุทธิ์นัก ทำให้ผิวถูกทำลายอยู่ตลอกเวลา หรืออย่างเวลาที่อยู่บนเครื่องบินก้เช่นกัน อากาศข้างบนจะแห้ง ดังนั้นคนที่เดินทางโดยเครื่องบินบ่อยๆจึงต้องมีกระปุกครีมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ติดตัวไว้เพื่อคอยบำรุงผิวหน้าและมือตลอดการเดินทาง นอกจากนี้การดูแลผิวที่ถูกต้องก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะบางครั้งผิวแห้งเกิดจากกระทำของเราเอง เช่น สบู่ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว ใช้มาส์กหรือสครับขัดผิวบ่อยเกินความจำเป็น หรือใช้โลชั่นเช็ดผิวที่มีส่วนผสมของแอลกฮอล์ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการรบกวนชั้นผิวบางๆชั้นบนสุดของผิว ทำให้ผิวถูกทำลายและสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติของผิวไป ทำให้ผิวเริ่มแห้ง ส่วนคนที่ไม่ค่อยทะนุถนอมผิว เช่น เช็ดหน้าแรงๆ ๔หน้าแรงๆ ก็ทำให้ผิวแห้งกร้านขึ้นได้ ในขณะที่การล้างหน้าด้วยน้ำที่ร้อนเกินไปก็ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นได้เช่นกัน ส่วนปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอายุนั้น เมื่อเราแก่ตัวลง ฮอร์โมนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง การผลิตน้ำมันตามธรรมชาติของผิวก็เริ่มลดลง ทำให้ผิวเริ่มขาดความชุ่มชื้นเริ่มแห้งจนสังเกตุได้นั่นคือคำตอบที่ว่าทำไมคนที่อายุมากๆจึงต้องกระตือรือร้นที่จะหาครีมบำรุงมาทาผิวเพื่อช่วยทดแทนสิ่งที่ขาดไป ช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นไว้ได้นานที่สุดเท่าที่จะมากได้ และสุดท้ายเลยก็คือ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล์หรือคาเฟอีนมากไปก็มีส่วนทำร้ายผิวให้แห้งกร้านได้ เช่นคนที่ความดื่มน้พอัดลม กาแฟ และคนที่สูบบุหรี่จัดๆผิวหน้าจะไม่สวย จะแห้งและดูแก่เร็วมาก ถ้าอย่างนั้นหมายความว่าคนผิวแห้งจะมีริ้วรอยก่อนวัยหรือดูแก่เร็วกว่าคนอื่น ริ้วรอยที่เกิดจากผิวแห้งกัยริ้วรอยที่เกิดจากวัยนั้นต่างกัน คนที่มีผิวแห้งอาจมีริ้วรอยง่ายกว่าคนที่มีผิวมัน แต่มันจะเป็นแค่ริ้วรอยชั่วคราว เป็นแค่ริ้วรอยบางๆที่เกิดจากแห้งแตก (ตามธรรมชาติของคนผิวแห้ง) เราเรียกกันว่า fine line อาจเกิดจากการที่ผิวได้รับการบำรุงได้เพียงพอ ขาดความชุ่มชื้น ร่างกายขาดน้ำ แต่ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ถ้าผิวได้รับการดูแลที่ถูกต้อง ริ้วรอยเหล่านั้นก็จะหายไปได้ ดังนั้นไม่ได้หมายความว่าคนผิวแห้งจะดูแก่เร็วกว่าคนอื่น เพียงแต่ต้องบำรุงมากกว่าปกติเท่านั้น คนผิวแห้งบางคนดูแลผิวอย่างดี มีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็ทำให้ผิวดูดี สดชื่นได้ ส่วนริ้วรอยที่เกิดจากวัยนั้นไม่ว่าจะมีผิวแห้งหรือผิวมันก็ต้องมีทุกคน เป็นริ้วรอยที่เลี่ยงไม่ได้ และเป็นริ้วรอยที่ถาวร แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็รคนผิวแห้งหรือไม่ ถึงแม้ว่าทุกคนอาจจะมีโอกาสผิวแห้งได้บางขณะ เช่น เวลาอบู่ยนเครื่องบิน หรือเวลดื่มน้ำไม่เพียงพอ แต่คนที่จัดว่าเข้าข่ายผิวแห้งนั้นจะมีผิวที่แห้งกว่าคนอื่นอย่างสังเกตได้ชัดเจน เช่น หลังอาบน้ำเสร็จถ้ารู้สึกว่าผิวเริ่มแห้ง มีอาการคันและระคายเคือง ทั้งที่อาบน้ำเสร็จมาไม่กี่นาทีนี้เอง นั่นหมายความว่าคุณเข้าข่ายผิวแห้งได้ หรือถ้าอยากทดสอบง่ายๆ แล้วการล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนๆและน้ำอุ่นๆพอเสร็จแล้วให้ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ห้ามทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ใดๆ เด็ดห้ามทิ้งเอาไว้ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นเอากระดาษซับมันแปะไว้ที่จุดต่างๆของใบหน้า ได้แก่ หน้าผาก แก้ม จมูก และคาง เสร็จแล้วเอากระดาษซับมันออกมาดู ถ้าเกิดกระดาษซับมันแผ่นไหนไม่มีน้ำมันลย คือส่องดูกับแดดแล้วไม่มีส่วนไหนโปร่งแสงเลย ก็แสดงว่าส่วนนั้นเป็นส่วนที่ผิวแห้ง สำหรับคนผิวผสมนั้น กระดาษที่แปะไว้ตรงจมูกและคางอาจจะมัน ส่วนที่หน้าผากและแก้มอาจจะแห้งสนิท ในขณะที่คนผิวมันนั้นกระดาษทุกแผ่นจะมันจนเห็นได้ชัด เคล็ดลับที่ทำให้ผิวแห้งดูดีขึ้น อย่างแรกเลยคือต้องบำรุงให้มาก คนผิวแห้งควรจะทามอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ ประหนึ่งเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิต โดยเฉพาะมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของ กลีเซอรีน (Glycerin), ลิพิด (Lipids), ปิโตรเลียม เจลลี่ (Petroleum Jelly), และวิตามนอี (Vitamin E) เพราะมันจะช่วยเก็บกักน้ำและความชุ่มชื้นกันผิวได้ดีมากๆ ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยให้ความแห้งโบกมือลาผิวไปอย่างถาวรแต่มันก็ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ดี นอกจากนี้ AHA ก็ช่วยให้ผิวนุ่มเนียนขึ้นอย่งเห็นได้ชัด แถมยังช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกอย่างนุ่มนวลอีกด้วย (ริ้วรอยบางๆในชั้นนอกของผิวก็จะหลุดสลายตามไปด้วย) แต่ต้องระวังหน่อยเพราะถ้าใช้ผิดวิธีก็อาจทำให้ผิวแห้งกร้านมากขึ้นได้ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ทุกครั้ง หลายคนชอบถามว่าครีมยี่ห้อไหนเหมาะดีกับผิวแห้งมากที่สุด ผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราควรเชื่อสัญชาตญาตตัวเอง เพราะผิวจะบอกได้เองว่ามอยส์เจอร์ไรเซอร์กระปุกไหนที่ผิวรู้สึกดีด้วยเป็นพิเศษ เรื่องราคาไม่สำคัญ เพราะบางทีกระปุกละหลายพันแต่ผิวอาจไม่ถูกกันก็เป็นได้ นอกจากนี้การล้างหน้าก็สำคัญ ความจริงคนผิวแห้งล้างหน้าวันละครั้งในตอนเย็นก็พอแล้ว ส่วนตอนเช้าแค่น้ำสะอาดเปล่าๆก็พอแล้ว เพราะขืนล้างมากไปสิ่งที่จะถูกชะล้างออกไปกลับไม่ชึความสกปรกแต่กลายเป็นน้ำมัน (อันน้อยนิด) ของผิวหน้าแทน ส่วนวิธีง่ายๆอย่างการดื่มน้ำเยอะๆ ก็เป็นวิธีที่ดีมาก เพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำ นั่นหมายถึง ผิวสวยก็ขาดความชุ่มชื้นไปด้วย ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก้วเป็นดีที่สุด แต่ดื่มมากไปก็ใช่จะช่วยได้มาก เพราะถ้ามากเกินปริมาณที่ร่างกายจะรับได้ มันเป็นถ่ายเทออกมาเป็นของเหลว เช่น ปัสสาวะ โดยอัตโนมัติทันที อีกวีที่เป็นวิธีทางอ้อมแต่ช่วยผิวได้ก้คือการเอาน้ำใส่แก้วแล้ววางไว้ใกล้ๆตัว ทั้งในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือที่ทำงาน โดยเฉพาะห้องที่มีความแงในอากาศอย่างห้องแอร์เพราะน้ำจะช่งยเพิ่มความชื้นในอากาศ ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นน้อยลง ดังนั้นคนที่ผิวแห้งถ้ารู้จักวิธีดูแลและป้องกันก็ช่วยให้ผิวดูดีได้นะคะ เพราะข้อได้เปรียบของคนผิวแห้งก็คือ มีรูขุมขนเล็ก ผิวเลยดูละเอียด เรียบเนียน และแทบจะไม่ต้องกังวลกับปัญหาเรื่องสิวเลย



เมื่อ : 26 ธ.ค. 49 20:52:41
ที่มา: http://www.pooyingnaka.com
โดย : vipcream